วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3207)
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่ 13 กันยายน 2559  ครั้งที่ 6
เวลาเรียน 08.30-12.30 น.
เนื้อหาที่เรียน


ฝึกคัดอักษรตัวกลมหัวเหลี่ยม

เเนวคิดพื้นฐานวิทยาศาสตร์
  • การเปลี่ยนแปลง
  • ความเเตกต่าง
  • การปรับตัว
  • ความสมดุล
  • การพึ่งพากันเเละกัน
บูรณาการสอนเเบบ STEM Education (สะเต็มศึกษา)
Science
การเรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติ


เช่น ปรากฏการณ์ต่าง ๆ โดยผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งวิทยาศาสตร์นั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อใช้อธิบายกฎเกณฑ์หรือ


ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ตามธรรมชาติโดยใช้หลักและระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์
Technology
วิทยาการที่นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม (ราชบัณฑิตยสถาน: 2557, 580)
สิ่งที่เราสร้างหรือพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต


ไม่ใช่มีความหมายเพียงแค่คอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงสิ่งประดิษฐ์ตามยุคสมัยต่าง ๆ อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือรวมไปถึงเครื่องใช้ทั่วไปอย่าง ยางลบมีดกรรไกร


กบเหลาดินสอ เป็นต้น
Engineering
ทักษะกระบวนการในการออกแบบ สร้างแบบ รวมไปถึงการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยการใช้องค์ความรู้ด้านต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ออกแบบผลงานที่ใช้งานได้จริง
กระบวนการในการทำงานของวิศวกรรมศาสตร์นั้น สามารถนำมาบูรณาการกับหลักแนวคิดของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ได้ (ยศวีร์ สายฟ้า: 2557, 1)
ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดการพัฒนาทางความคิดออกแบบสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น
Mathematics
 •วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของการคำนวณ (ราชบัณฑิตยสถาน:2557, 225)


เป็นการเรียนรู้ในเรื่องราวของจำนวน ตัวเลข รูปแบบ ปริมาตร รูปทรงต่างๆ 


รวมไปถึงแบบรูปและความสัมพันธ์ (พีชคณิต) ฯลฯ
ทักษะทางคณิตศาสตร์นี้เป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกแขนงวิชา เพราะเป็นศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ มีความแม่นยำ
เรายังสามารถพบคณิตศาสตร์ได้ในชีวิตประจำวันของเราแทบจะทุกที่
“STEM” กับการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย
STEM” แทรกเข้าไปในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหน่วยที่ครูจัดขึ้น หรือเลือกตามหน่วยที่เด็กสนใจได้อย่างหลากหลาย จะทำให้เด็กสนุกกับการเรียนในห้องมากขึ้น
การศึกษาแบบ “STEM” เป็นการศึกษาที่ช่วยทำให้เด็กอยากเรียนรู้ด้วยตนเอง เปลี่ยนการเรียนแบบท่องจำมาเป็นการเรียนรู้แบบลงมือทำ ปฏิบัติจริง ทดลอง สืบค้น และใช้วัสดุอุปกรณ์
ทำให้เด็กได้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ ได้รับความสนุกสนาน และมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ 
เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ มากยิ่งขึ้น 
STEAM Education
STEM” มาบูรณาการกับทักษะทางศิลปะ “Art”  
เพื่อจะทำให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และมีจินตนาการในการออกแบบชิ้นงานนั้น ๆ ให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น










ตัวอย่างของเล่นวิทยาศาสตร์ของรุ่พี่ที่ทำไว้
สื่อเรื่อง เเสง สี การเห็นภาพซ้อน ภาพมิติต่างๆ



 


คำศัพท์ 

ของเล่นวิทยาศาสตร์ - Science Toys
เเสง - light
สี - color
การเห็นภาพซ้อน - The diplopia
ภาพมิติ - dimensional image

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  • สามารถจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับวิทยาศาสตร์ มาบูรณาการกับวิธีการเเบบสะเต็ม
  • เขียนเเผนการสอนให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  • ทำของเล่นเพื่อนให้เกี่ยงวิทยาศาสตร์
 ประเมินตนเอง
  • เข้าใจในเนื้อหาการสอน หลักการ ทฤษฎีการเรียนรู้ต่างๆ
ประเมินเพื่อน
  • เพื่อนตั้งใจฟัง เเละซักถามตอบโต้กับอาจาย์อยู่ตลอดเวลา
ประเมินอาจารย์
  • อาจารย์พูดเข้าใจ มีการยกตัวอย่างจากทฤษฎีการเรียนรู้ให้เชื่อยโยงกับการสอนเด็กปฐมวัย ตัวอย่างกิจกรรมต่างๆ ทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

สรุปบทความ
      สรุปแล้ว STEM กำเนิดขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพทั้ง 4 ด้าน
ของเด็กให้มีความพร้อมที่จะก้าวเข้าไปสู่การพัฒนาความรู้ในระดับที่สูงขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นการ
เพิ่มโอกาสในการแข่งขันในสังคมเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นการต่อยอดโอกาสในการ
เรียนรู้ หรือการทำงานของประชากรในอนาคตต่อไป (ยศวีร์ สายฟ้า: 2557, 5)
“STEM” กับการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย
      การจัดการศึกษาแบบ “STEM” นับว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับประเทศไทย ซึ่งครูหลายคนอาจ
มองว่าเป็นสิ่งยาก
ในการจัดการเรียนการสอน เพราะมีการนำเอาหลักการและทฤษฎีของวิชา
แขนงต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้หลายวิชา แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเรียนการสอนในระดับปฐมวัย
ได้มีการแทรกสาระของ “STEM” เข้าไปในกิจกรรมประจำวันอยู่แล้ว เพียงแต่ครูส่วนใหญ่ไม่ได้
มีการเน้นหรือแบ่งสัดส่วนของการสอนเป็นรายวิชาที่ชัดเจน ซึ่งครูสามารถที่จะบูรณาการ
“STEM” แทรกเข้าไปในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหน่วยที่ครูจัดขึ้น หรือเลือกตาม
หน่วยที่เด็กสนใจได้อย่างหลากหลาย  จะทำให้เด็กสนุกกับการเรียนในห้องมากขึ้น  เพราะ
การศึกษาแบบ  “STEM”  เป็นการศึกษาที่ช่วยทำให้เด็กอยากเรียนรู้ด้วยตนเอง เปลี่ยนการเรียน
แบบท่องจำมาเป็นการเรียนรู้แบบลงมือทำ ปฏิบัติจริง ทดลอง สืบค้น และใช้วัสดุอุปกรณ์ ทำให้
เด็กได้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ ได้รับความสนุกสนาน และมีความสนใจใน
วิ
ทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ มากยิ่งขึ้น                      
      ดังนั้น การบูรณาการเรื่อง “STEM” สู่การเรียนการสอนของเด็กปฐมวัยจึงไม่ใช่เรื่องยาก 
เพียงแค่ครูจัดกิจกรรมหรือสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วกำหนดปัญหาขึ้นมาให้เด็กได้ฝึกฝน
การแก้ปัญหา เป็นการกระตุ้นให้เด็ก
ได้คิด ได้แสดงความสามารถที่หลากหลาย หากผลของ
การทดลองหรือการแก้ปัญหาที่เด็กค้นพบนั้น ยังไม่ถูกต้องตามที่ครูกำหนดไว้ ครูก็ควรให้เด็ก
ได้ทดลองหรือปฏิบัติซ้ำเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง โดยทั้งนี้ครูอาจแนะนำความรู้เพิ่มเติมให้แก่เด็ก
เพื่อช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น  นอกจากนั้นครูยังสามารถนำ  “STEM”  มาบูรณาการ
กับทักษะในด้านอื่น ๆ ได้อีก  เช่น การจัดการศึกษาแบบ STEAM Education” ที่มีการนำ 
“STEM” มาบูรณาการกับทักษะทางศิลปะ “
Art” เพื่อจะทำให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ 
และมีจินตนาการในการออกแบบชิ้นงานนั้น ๆ ให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ “STEM Education” จึงเป็นการศึกษาที่เหมาะกับการเรียนการสอนของเด็กยุค
ปัจจุบันเป็นอย่างมากด้วยเนื้อหาที่มีความแปลกใหม่ และเป็นการบูรณาการสาระวิชาแขนงต่าง ๆ 
เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่ “STEM Education” จะเป็นการศึกษากระแสใหม่
ที่กำลังมาแรงของวงการการศึกษาในบ้านเรา และหากท่านใดสนใจที่จะศึกษารายละเอียดของ 
“STEM Education” ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น สามารถลงชื่อสมัครเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ
หลักสูตรการจัดกิจกรรมบูรณาการ “STEM” สำหรับเด็กปฐมวัย โดย ผศ.ดร. ชลาธิป สมาหิโต 

สรุปงานวิจัย



การคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ผู้วิจัย สมคิด ศรไชย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
            การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาระดับและเปรียบเทียบการคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ความมุ่งหมายของวิจัย
1.เพื่อศึกษาระดับการคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยโดยรวมและหลายด้านที่วัดก่อนหลังการจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
2.เพื่อเปรียบเทียบการคิดเชิงเหตุผลโดยรวมและรายด้านของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังที่ได้รับการจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ความสำคัญของการวิจัย
 ผลของการวิจัยครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการส่งเสริมการคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสามารถในการคิดเหตุผล รวมทั้งการพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านอื่นๆของเด็กปฐมวัย

ประชากรที่ใช้วิจัย
เด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุ 5-6 ปี ชั้นอนุบาลปีที่ ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนพัทธยาอรุโณทัย เขตบางละมุง ชลบุรี

ระยะเวลาในการทดลอง
ใช้เวลา สัปดาห์ สัปดาห์ละ วัน วันละ 20 นาที ช่วงเวลา 9.00 - 9.20 น. รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง

นิยามศัพท์เฉพาะ
1.เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กที่มีอายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา 2556โรงเรียนพัทธยาอรุโณทัย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดชลบุรี
2.การคิดเชิงเหตุผล หมายถึง การรับรู้และเข้าใจของเด็กปฐมวัยที่ต้องอาศัยข้อมูล หลักการประสบการณ์เดิมที่มีอยู่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการหาข้อสรุปถึงสิ่งที่ไม่เคยได้รับรู้หรือยังไม่มีประสบการณ์มาก่อนซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการคิดเชิงเหตุผลตลอดจนการหาคำตอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่งและใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาได้ โดยจำแนกออกเป็น ด้าน
2.1 ด้านการจำแนกประเภท หมายถึง ความสามารถจำแนกประเภทแยกสิ่งของออกเป็นประเภทต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมถูกต้องโดยยึด โครงสร้าง หน้าที่ รูปร่าง ลักษณะ คุณสมบัติเฉพาะเป็นหลักในการเปรียบเทียบเพื่อจำแนกในการจัดกลุ่มนั้นๆ ซึ่งมีทั้งจำแนกประเภทเป็นภาษาและจำแนกประเภทเป็นตัวเลขและเป็นรูปภาพที่กำหนดให้    
2.2 ด้านการจัดประเภท หมายถึง การจัดประเภท ที่เป็นแบบทดสอบที่ให้หาสิ่งที่เป็นพวกเดียวกันกับสิ่งที่กำหนดให้ที่นิยมใช้กันคือโจทย์จะกำหนดสิ่งที่เป็นประเภทเดียวกันนั้นมีทั้งแบบที่เป็นภาษาและภาพ
2.3 ด้านอนุกรม หมายถึง ความสามารถในการพิจารณาสิ่งต่างๆที่เป็นเหตุเป็นผลกันและให้มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันกับภาพที่กำหนดให้ 
3.การจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง การจัดประสบการณ์เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นผู้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเด็กได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการทดลอง โดยอาศัยการสังเกต การจำแนก และการสื่อสารเพื่อให้เด็กได้ใช้ประสารทสัมผัสทั้ง เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุและเปรียบเทียบและบอกข้อแตกต่างของสิ่งต่างๆ จากการทดลองแล้วสรุปผลที่ได้ตามความเข้าใจของตนเองและใช้คำถามเชื่อมโยงให้เด็กเกิดการคิดเชิงเหตุผลด้านการจำแนก ด้านจัดประเภท ด้านอนุกรม ระหว่างการจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ขั้นนำ เป็นการนำเข้าสู่กิจกรรมโดยเด็กและครูสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เด็กจะได้ทำการทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อให้เด็กได้เกิดการสังเกต การจำแนก และการสื่อสาร โดยให้เด็กได้สำรวจวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลองแล้วให้เด็กคาดคะเนผลการทดลองร่วมกัน
  • ขั้นดำเนินกิจกรรม เป็นขั้นตอนที่เด็กร่วมกันวางแผนการทดลองให้เด็กได้เกิดการสังเกต การจำแนก การสื่อสาร แล้วลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเองโดยเด็กหยิบจับสัมผัสเห็นจากเปลี่ยนแปลงระหว่างทำการทดลอง
  • ขั้นสรุป เป็นขั้นที่เด็กและครูร่วมกันสรุปผลการทดลองให้เด็กได้เกิดการสังเกต การจำแนก การสื่อสาร ว่าเป็นไปตามคาดคะเนไว้หรือไม่โดยให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นพร้อมอธิบายเหตุผลที่ได้จากผลการทดลอง
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1.แบบทดสอบการคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัย
2.แผนการจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

สรุปผลการทดลอง
   จากผลการทดลองพบว่าเด็กปฐมวัยมีการคิดเชิงเหตุผลหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เพราะรูปแบบการจัดกิจกรรมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเองเด็กได้สำรวจวัสดุอุปกรณ์จำแนกบอกรายละเอียดความเหมือนความต่างของวัสดุอุปกรณ์ รูปแบบกิจกรรมเนื้อหาสอดคล้องกับวัยและวุฒิภาวะในการเรียนรู้ของเด็กเป็นประสบการณ์ตรงที่เปิดโอกาสให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการเคลื่อนไหวสำรวจ สังเกต สืบค้น และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ในขณะที่เด็กทำการทดลองจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นซึ่งได้จากการสังเกตและประสบการณ์เดิมของเด็กเองแล้วเด็กร่วมกันสรุป

ศึกษาเอกสารฉบับเต็มได้ที่ http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ear_Chi_Ed/Somkid_S.pdf

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3207)
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่ 6 กันยายน 2559  ครั้งที่ 5
เวลาเรียน 08.30-12.30 น.
เนื้อหาที่เรียน

  • อาจารย์ให้ดูวีซีดีสนุกอากาศมหัศจรรย์
  • สรุปการทดลองที่สำคัญคือ การทดลองเรื่องอากาศเเละลมเพื่อให้เหมาะกับการน้ำมาปรับใช้ในวิชาการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัย ดังต่อไปนี้



  •  สรุป การทดลองเทน้ำลงขวดโดยเทผ่านกรวยที่อยู่บางขวด ปรากฎว่าน้ำไหลผ่านไปได้ง่ายเลย เเต่เมื่อลองน้ำติดน้ำมันมาพอกติดบริเวณปกขวดให้เเน่นๆ เเล้วลองเทน้ำลงขวดอีกที ปรากฏว่าน้ำไหลลงช้า เพราะว่า อากาศที่อยู่ในขวดจะถูกน้ำเข้าไปแทนที่ทันทีเมื่อเราเติมน้ำลงไป ทำให้อากาศที่อย๋ในขวดออกไปทาปากขวด ดังนั้นเมื่อเรานำดินน้ำมันมาปิดปากขวด อากาศก็จะไม่สามารถออกมาได้ จึงต้องค่อยดันน้ำไม่ให้ไหลลงมาในขวด เพราะฉะนั้นการทดลองนี้ทำให้เรารู้ว่าอากาศมีตัวตนจริงๆเเละต้องการที่อยู่ เเต่ถ้ามีอะไรมาเเทนที่อยู่อากาศตรงนั้นอากาศก็จะเคลื่อนตัวออกไป เราถึงไม่รู้ตัวว่าอากาศมีจริง 

  • การชั่งน้ำหนักของอากาศ มีตาชั่งอยู่ 1 อัน เราจะนำลูกโป่งมาติดที่ปลายเเต่ด้านโดยมีน้ำหนักที่เท่ากัน เเละเราก็จะปล่อยลมออกจากลูกโป่ง 1 ลูก จะเห็นได้ว่าลูกโป่งที่ปล่อยลมจะเอียงขึ้นไปด้านบน ส่วนลูกโป่งที่มีลมจะหนักกว่าลูกที่ไม่มีลม อากาศที่เบาหรือหนักกว่านั้นจะขึ้นอยู่กับอากาศร้อนหรือเย็นด้วย เป็นอย่างไรไปดูการทดลองต่อไปเลย

  • ใช้ตาชั่งอันเดิม เเต่จะเปลี่ยนเป็นเเก้วกระดาษ จะเห็นได้ว่าเเก้มีน้ำหนักเท่ากันซึ่งในเเก้วก็มีอากาศอยู่เช่นกัน จากนั้นนำเทียนไขที่จุดมาจ่อไว้ที่ปลายเเก้วกระดาษข้างหนึ่ง ปรากฎว่าถ้วยที่จ่อเทียนไว้ลอยขึ้นสูง เพราะว่าอากาศถ้วยทางซ้ายถูกทำให้ร้อยขึ้น ความจริงเเล้วเเก้วมีน้ำหนักเท่ากัน สรุปได้ว่าเมื่ออากาศร้อน อากาศก็จะมีน้ำหนักเบาลงเเละทำให้อากาศลอยขึ้น หลักการนี้จึงนำไปทำบอลลูน ณ ปัจจุบัน




  • ที่นี่จะมาดูว่าในอากาศร้อนมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง นำขวดโหลมา 2 ขวด ขวดหนึ่งเเช่น้ำร้อน ขวดหนึ่งเเช่น้ำเย็น เเล้วนำธูปมาจ่อในปลายขวดที่เเช่น้ำร้อนให้ควันเข้ไปอยู่ในขวดเเล้วประกบขวดกับขวดที่เเช่น้ำเย็นเเล้วนำกระดาษคั่นกลางขวด หลังจากนั้นนำกระดาษที่คั่นค่อยๆๆดึงออกจะเห็นได้ว่าควันธูปที่เเช่น้ำร้อนไหลขึ้นไปขวดเเช่น้ำเย็น ที่นี้ทำกลับกันนำขวดน้ำเย็นมาไว้ด้านล่าง คั่นด้วยกระดาษแผ่นเดิมเเล้วปล่อยควันะธูปเข้าไป ปรากฎว่าควันธูปไม่ลอยขึ้นขวดบนเลย เพราะว่าที่การทดลองออกมาเป็นเเบบนี้คืออากาศจะพยายามปรับสมดุลตลอดเวลา อากาศร้อนที่เบากว่าจะพยายามลอยไปหาอากาศเย็นเพื่อลดความร้อนของตนเอง ส่วนอากาศเย็นที่หนักกว่านั้นก็จะลอยมาส่วนทางกันนั้นก็จะลอยต่ำลงเพื่อปรับสมดุลให้อากาศอบอุ่น การที่อากาศร้อนเเละเย็นเคลื่อนที่ไปมากันนี้ทำให้เกิดปรากฎการเรียนว่าลมนั้นเอง ลมเกิดขึ้นได้อย่างไรไปดูการทดลองต่อนไปเลยค่ะ
  • นำธูปมาจ่อที่ตู้กระจก จะเห็นได้ว่าครัวลอยขึ้นข้างบนมีการเคลื่อนที่ ลอยวนไปวนมาในตู้กระจกเพราะว่าครัวธูปที่ร้อนจะลอยสูงขึ้น ส่วนควันะธูปที่เย็น,.จะลอยต่ำลงมาข้างล่าง เเละค่อยธูปที่เย็นจะลอยเคลื่อนตัวมาเเทนที่ควันธูปที่ร้อนที่ลอยขึ้นไปข้างบน นี่ก็คืออากาศเย็นที่มาพัดพาเอาลมร้อนไปนั้นเอง
  • หลักจากนั้นก็ไปดูการจัดกิจกรรมสัมนาการของพี่ปี 5
คำศัพท์


อากาศ - 
Air
ชั่งน้ำหนัก - weigh
ลูกโป่ง - balloon
ธูป - incense
ปรับสมดุล - balance

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  • สามารถความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ลม อากาศ ไปใช้ในการเขียนเเผนการเรียนสอนได้
  • นำความรู้จากการจัดกิจกรรมสัมนาการของพี่ปี 5 ไปใช้ได้ในเเผนการสอนเด็กปฐมวัย
 ประเมินตนเอง

  • เข้าในเรื่องลม อากาศมากขึ้นในรูปเเบบที่ไม่ชับซ้อน อีกอย่างเป็ฯเวอร์ชั่นการ์ตูนรู้สึดสนุก
ประเมินเพื่อน
  • เพื่อนตั้งใจดู ตั้งใจจด
ประเมินอาจารย์
  • อาจารย์มีการเตรียมการเรียนการสอนที่พร้อม ถึงเเม้จะติดงานเเต่ก็เตรียมการเรียนจากการให้ไปดูไปเรียนรู้ที่ห้องสมุด

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3207)
อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่ 30 สิงหาคม 2559  ครั้งที่ 4
เวลาเรียน 08.30-12.30 น.

เนื้อหาที่เรียน

อาจารย์ให้ฝึกคัดตัวอักษรตัวกลมหัวเหลี่ยม
  • หลังจากนั้นอาจารย์สอนรูปเเบบการเรียนรู้เด็กปฐมวัย ชี้ให้เห็นถึงคุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546
  • ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย อายุ3-5ปี
  1. ชอบที่จะทำให้ผู้ใหญ่พอใจเเละได้คำชม
  2. ช่วยตนเองได้
  3. ชอบเล่นแบบคู่ขนาน
  4. พูดประโยคดีขึ้น
  5. ร้องเพลงง่ายเเสดงท่าทางเลียนแบบ
  6. ชอบถาม ทำไม ตลอดเวลา
  7. อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว
  8. สนใจนิทานเรื่องราวต่างๆ
  9. มีช่วงความสนใจสั้นลง
  10. พอใจคนที่ตามใจ
  • ทฤษฎีการเรียนรู้
  1. การทดลองของพาฟลอฟ
  2.  การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน(การทดลองของวัตสัน)
  3. การวางเงื่อนไขกลับ(การทดลองเมรีโจน)
  4. ทฤษฎีความสัมพัรธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์
  5. ทฤษฎีการเรียนรู้ของ bloom
  6. การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบรูเนอร์
  7. การเรียนตามทฤษฎีของไทเลอร์
  • นักการศึกษา/หลักการ
  1. กี่เซล
  2. ฟรอยด์
  3. อิริคสัน
  4. เพียเจย์
  5. ดิวอี้
  6. สกินเนอร์
  7. เปสตาลอสซี่
  8. เฟรอเบล
  9. เอคายน์
  • การเรียนรู้อย่างมีสุข คือ การเรียนรู้จากการคิดเเละปฏิบัติจริง การเรียนรู้เเบบองค์รวมครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน
  • หลังจากนั้นอาจารย์เเจกกระดาษ คลิปหนีบกระดาษให้เเต่ละกลุ่ม ให้ระดมความคิดทำสื่อการสอนเรื่องอากาศ กลุ่มเราจึงทำ ลูกยางกระดาษ เเล้วให้เเต่ละกลุ่มออกมานำเสนอชิ้นมาของตนเอง









คำศัพท์

คลิปหนีบกระดาษ - Paper Clip
หลักการ - principles
คุณลักษณะตามวัย - Features age
หลักสูตร - Course
เลียนแบบ - parody
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  • สามารถความรู้การทำของเล่นเเต่กลุ่มมาสอนเรื่องอากาศได้ เพราะเด็กเรียนรู้จากการเล่น

 ประเมินตนเอง

  • เข้าใจในเนื้อหาการสอน หลักการ ทฤษฎีการเรียนรู้ต่างๆ
ประเมินเพื่อน 
  • เพื่อนตั้งใจทำงาน มีการปรึกษาระดมความคิดการทำสื่อสอนเด็ก

ประเมินอาจารย์
  • อารจาย์พูดเข้าใจ มีการยกตัวอย่างจากทฤษฎีการเรียนรู้ให้เชื่อยโยงกับการสอนเด็กปฐมวัย ตัวอย่างกิจกรรมต่างๆ ทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น